ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า
Privacy Notice for Customers and Dealers
บริษัท มาลินท์ อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง จำกัด
ต่อไปในประกาศนี้เรียกว่า “บริษัท”
บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ซื้อสินค้า ร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย Dealer คู่ค้า และผู้ติดต่อของนิติบุคคลที่ทำธุรกรรมกับบริษัท
ประกาศฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบถึงวิธีที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมการซื้อสินค้า การติดต่อสอบถาม การชำระเงิน การสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย การรับประกันสินค้า การให้บริการหลังการขาย การตลาด ตลอดจนการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบแชต โซเชียลมีเดีย และช่องทางอื่นของบริษัท
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามลักษณะของการติดต่อหรือการทำธุรกรรม เช่น
1.1 ข้อมูลระบุตัวบุคคล
เช่น
-
ชื่อ และนามสกุล
-
ชื่อร้านค้า
-
ชื่อผู้ติดต่อ
-
ตำแหน่งงาน
-
หมายเลขโทรศัพท์
-
อีเมล
-
ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า
-
ที่อยู่สำหรับออกใบกำกับภาษี
ในกรณีที่คู่ค้าเป็นนิติบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับตัวนิติบุคคลเองอาจไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ข้อมูลของกรรมการ พนักงาน ผู้ประสานงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนั้นอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้าและการให้บริการ
เช่น
-
รายการสินค้า
-
จำนวนสินค้า
-
ราคาสินค้า
-
หมายเลขคำสั่งซื้อ
-
ประวัติการสั่งซื้อ
-
ช่องทางการสั่งซื้อ
-
การรับประกันสินค้า
-
การเคลมสินค้า
-
การติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน
เช่น
-
จำนวนเงิน
-
วันและเวลาที่ชำระเงิน
-
ธนาคารต้นทางและธนาคารผู้รับ
-
หมายเลขอ้างอิงธุรกรรม
-
หลักฐานหรือสลิปการโอนเงิน
-
QR Payload ที่อยู่ในหลักฐานการโอนเงิน
-
ข้อมูลชื่อบัญชีหรือเลขบัญชีที่ธนาคารแสดงในรูปแบบบางส่วนหรือปกปิดบางหลัก
-
ข้อมูลหรือหมายเหตุที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม
บริษัทจะไม่ขอรหัสผ่าน Internet Banking, PIN, OTP หรือข้อมูลที่สามารถใช้เข้าสู่บัญชีธนาคารของลูกค้า
1.4 ข้อมูลสำหรับลูกค้าร้านค้า Dealer และคู่ค้า
บริษัทอาจเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เช่น
-
ชื่อร้านหรือนิติบุคคล
-
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
-
หนังสือรับรองนิติบุคคล
-
ที่อยู่สำนักงาน
-
ช่องทางการติดต่อ
-
ผู้มีอำนาจติดต่อ
-
เงื่อนไขทางการค้า
-
เครดิตการค้า
-
ประวัติการสั่งซื้อ
-
ประวัติการชำระเงิน
-
เอกสารทางบัญชีและภาษี
1.5 ข้อมูลทางเทคนิค
เมื่อใช้เว็บไซต์ แอป หรือระบบออนไลน์ของบริษัท บริษัทอาจเก็บข้อมูล เช่น
-
IP Address
-
Device information
-
Browser
-
วันและเวลาที่ใช้งาน
-
Log การใช้งาน
-
Cookies และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
2. บริษัทเก็บข้อมูลจากที่ใด
บริษัทอาจได้รับข้อมูลจาก
-
เจ้าของข้อมูลโดยตรง
-
ร้านค้าหรือ Dealer
-
พนักงานขายของบริษัท
-
เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท
-
LINE, Facebook, Instagram หรือช่องทาง Social Media
-
Marketplace และแพลตฟอร์มการขายสินค้า
-
ผู้ให้บริการขนส่ง
-
ผู้ให้บริการรับชำระเงิน
-
ธนาคาร
-
ผู้ให้บริการตรวจสอบธุรกรรมหรือสลิปการโอนเงิน
-
คู่ค้าหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
3. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
3.1 การดำเนินการซื้อขายสินค้า
เพื่อ
-
รับและดำเนินการคำสั่งซื้อ
-
ยืนยันตัวผู้ซื้อ
-
ออกใบเสนอราคา
-
ออกใบเสร็จรับเงิน
-
ออกใบกำกับภาษี
-
จัดเตรียมสินค้า
-
จัดส่งสินค้า
-
ให้บริการหลังการขาย
3.2 การตรวจสอบการชำระเงิน
บริษัทอาจตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินเพื่อ
-
ยืนยันว่าธุรกรรมเกิดขึ้นจริง
-
ตรวจสอบจำนวนเงิน
-
ตรวจสอบวันและเวลาการโอน
-
ตรวจสอบบัญชีผู้รับ
-
ตรวจสอบหมายเลขอ้างอิงธุรกรรม
-
ตรวจสอบการใช้สลิปซ้ำ
-
ป้องกันสลิปปลอมและการทุจริต
3.3 การบริหารความสัมพันธ์กับ Dealer และคู่ค้า
เพื่อ
-
เปิดบัญชี Dealer
-
กำหนดเงื่อนไขการค้า
-
บริหารเครดิต
-
ติดตามคำสั่งซื้อ
-
ประสานงานการจัดส่ง
-
จัดทำเอกสารบัญชีและภาษี
-
ให้บริการและสนับสนุนด้านการขาย
3.4 การรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต
บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อป้องกัน
-
การปลอมแปลงสลิป
-
การใช้สลิปเดิมซ้ำ
-
Fraud
-
Unauthorized access
-
ความผิดปกติในระบบ
-
การละเมิดเงื่อนไขของบริษัท
3.5 การปฏิบัติตามกฎหมาย
เช่น
-
กฎหมายบัญชี
-
กฎหมายภาษีอากร
-
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
-
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
-
คำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือศาล
3.6 การตลาดและการสื่อสาร
บริษัทอาจใช้ข้อมูลติดต่อเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า บริการ โปรโมชั่น หรือข่าวสารของบริษัทภายใต้ฐานกฎหมายที่เหมาะสม
ผู้รับสามารถยกเลิกการรับข่าวสารทางการตลาดได้ตามช่องทางที่บริษัทจัดไว้
4. การตรวจสอบสลิปผ่านผู้ให้บริการภายนอก
เพื่อเพิ่มความถูกต้องและความปลอดภัยในการรับชำระเงิน บริษัทอาจใช้ ผู้ให้บริการตรวจสอบธุรกรรมหรือหลักฐานการชำระเงินภายนอก (Slip Verification Service Provider)
โดยผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานเหมาะสม
เมื่อมีการตรวจสอบ บริษัทอาจส่งข้อมูลที่จำเป็น เช่น
-
QR Payload
-
Transaction Reference
-
จำนวนเงิน
-
วันและเวลา
-
ข้อมูลธนาคาร
-
ข้อมูลบัญชีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม
ให้แก่ผู้ให้บริการดังกล่าวเพื่อยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม
หลักการลดการใช้ข้อมูล
ในกรณีที่ระบบสามารถทำได้ บริษัทจะพยายามใช้แนวทาง Data Minimization โดยส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ
ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจอ่าน QR Code จากสลิปภายในระบบของบริษัทก่อน และส่งเฉพาะ QR Payload ไปยังผู้ให้บริการตรวจสอบ แทนการส่งไฟล์ภาพสลิปต้นฉบับ
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการตรวจสอบอาจมีการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สัญญา หรือข้อกำหนดทางกฎหมายของผู้ให้บริการนั้น
5. บริษัทเปิดเผยข้อมูลให้ใครบ้าง
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่
-
ธนาคาร
-
ผู้ให้บริการรับชำระเงิน
-
ผู้ให้บริการตรวจสอบสลิปหรือธุรกรรม
-
ผู้ให้บริการ Cloud Computing
-
ผู้ให้บริการระบบ IT
-
ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
-
บริษัทขนส่ง
-
ผู้ให้บริการบัญชี
-
ผู้สอบบัญชี
-
ที่ปรึกษากฎหมาย
-
บริษัทประกันภัย
-
Marketplace
-
หน่วยงานราชการ
-
ศาล
-
หน่วยงานกำกับดูแล
บริษัทจะพิจารณาให้ผู้ให้บริการภายนอกเข้าถึงข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
6. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการบางรายอาจทำหน้าที่เป็น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ในนามของบริษัท
ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามความเหมาะสม
ผู้ให้บริการต้องประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล
บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ระยะเวลาการเก็บอาจแตกต่างกัน เช่น
-
ข้อมูลคำสั่งซื้อ
-
เอกสารการขาย
-
ใบกำกับภาษี
-
เอกสารบัญชี
-
หลักฐานการชำระเงิน
-
ข้อมูล Dealer
-
สัญญา
-
Log ของระบบ
อาจต้องเก็บตามอายุสัญญา อายุความ และข้อกำหนดด้านบัญชีหรือภาษี
เมื่อหมดความจำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสม
ข้อมูลที่อยู่กับผู้ให้บริการภายนอก
ผู้ให้บริการภายนอกอาจมีระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลตาม
-
สัญญา
-
Data Processing Agreement
-
Privacy Policy
-
มาตรการด้านความปลอดภัย
-
กฎหมายที่ใช้บังคับกับผู้ให้บริการนั้น
เมื่อบริษัทเลิกใช้บริการ บริษัทจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลตามสิทธิและเงื่อนไขที่บริษัทมีภายใต้สัญญากับผู้ให้บริการดังกล่าว
8. มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทใช้มาตรการด้านองค์กรและเทคนิคตามความเหมาะสมเพื่อป้องกัน
-
การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
การสูญหาย
-
การแก้ไข
-
การเปิดเผย
-
การนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ
มาตรการอาจรวมถึง
-
การควบคุมสิทธิการเข้าถึง
-
Authentication
-
การจำกัด API Key ไว้เฉพาะ Server
-
Encryption
-
HTTPS/TLS
-
Logging และ Monitoring
-
Backup
-
การกำหนดสิทธิของพนักงาน
-
การจำกัดการส่งข้อมูลให้บุคคลภายนอกเฉพาะเท่าที่จำเป็น
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย เจ้าของข้อมูลอาจมีสิทธิ
-
ขอเข้าถึงข้อมูล
-
ขอรับสำเนาข้อมูล
-
ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
-
ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
-
ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
-
คัดค้านการประมวลผล
-
ถอนความยินยอม ในกรณีที่การประมวลผลอาศัยความยินยอม
-
ขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
-
ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล
การใช้สิทธิบางประการอาจมีข้อจำกัด เช่น บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
10. การถอนความยินยอม
ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยความยินยอม เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมได้
การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอนความยินยอม
ทั้งนี้ การประมวลผลบางประเภท เช่น การตรวจสอบการชำระเงิน การจัดส่งสินค้า การออกใบกำกับภาษี หรือการป้องกันการทุจริต อาจอาศัยฐานกฎหมายอื่นและไม่จำเป็นต้องอาศัยความยินยอม
11. Cookies และข้อมูลจากระบบออนไลน์
เว็บไซต์หรือระบบออนไลน์ของบริษัทอาจใช้ Cookies หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อ
-
ทำให้เว็บไซต์ทำงาน
-
จดจำการตั้งค่า
-
วิเคราะห์การใช้งาน
-
รักษาความปลอดภัย
-
ป้องกันการโจมตี
-
ปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน
บริษัทอาจจัดทำ Cookie Policy แยกต่างหากหากมีการใช้งานที่จำเป็น
12. การแก้ไขประกาศ
บริษัทอาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับ
-
การเปลี่ยนแปลงบริการ
-
ระบบ IT
-
ผู้ให้บริการภายนอก
-
กระบวนการทางธุรกิจ
-
กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจะแสดงวันที่แก้ไขล่าสุดไว้ในประกาศ
13. ช่องทางการติดต่อ
หากมีคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือต้องการใช้สิทธิ สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท มาลินท์ อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง จำกัด
ที่อยู่: 124/57 ซอยจอมทอง 16 ถนนจอมทอง แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
อีเมลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล:
โทรศัพท์:
028955226
เว็บไซต์:
https://www.osakabicycle.com
วันที่มีผลบังคับใช้: 4 กันยายน พ.ศ.2569
ปรับปรุงล่าสุด: กันยายน พ.ศ.2569
